สวรรค์อัมสเตอร์ดัม#ห้า
posted on 03 Dec 2008 11:00 by jack20

เอนทรีนี้นานหน่อย เพราะมัวไปทวงคืนสนามบินมาครับ
5. นักกีฬาทีมชาติเยอรมนี (สมัครเล่น)
บนท้องถนนที่รถกำลังแล่นไปยังฟาร์มม้านั่น ริมข้างทางถนนเต็มไปด้วยหญ้าเขียวๆอ่อนๆเต็มลานทุ่ง และคั้นด้วยบ้านหลังเล็กๆ ที่มีปล่องไฟล่องลอยออกมาจากปล้องไฟหลังคาบ้าน ทุกบ้านเรือนต่างก็มีคอกม้าเล็กๆเป็นของตัวเอง เลี้ยงไว้ดูเล่นๆหรือว่าไว้เพาะพันธ์เป็นธุรกิจขนานย่อมของครอบครัวก็ว่าได้ ชาวสวนชาวไร่บางคนก็กำลังละเมียดตกแต่งใบหญ้า ที่กำลังชูช่อออกใบสลับกันไป เสมือนกำลังบรรจงจัดแต่งงานฝีมือขนานย่อมก็ไม่ปาน บางคนก็ขนย้ายไม้ท่อนเล็กท่อนใหญ่ตางกำลังพอที่จะหยิบยกได้ ต่างตกแต่งคอกม้าให้ดูแข็งแรงเพื่อต้นรับฤดูร้อนที่กำลังจะย่างกายมาถึงในเร็ววัน ช่างเป็นวิถีชีวิตของคนชนบทอย่างแท้ๆ ที่ผมไม่ค่อยพบเจอมาก่อนก็ว่าได้ การได้พบเห็นสถานที่ ภูมิประเทศที่แปลกตา อาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรม หรือแม้แต่รูปลักษณ์ผิวพรรณของผู้คน แม้กระทั้งยังจะเชื่อมโยงอย่างลึกซึ่งกับดินฟ้าอากาศที่แปรเปลี่ยนที่ล้วนแล้วมันผิดเพี้ยนกับที่ผมเคยสัมผัสมา มันช่างเป็นประสบการณ์ของนักเดินทางที่ต้องการค้นหาปลายทางความสุข และลิ้มรสความแปลกใหม่ ที่ผมและใครๆ หลายคนร่วมทั้งน้องอร ที่มายังสถานที่แห่งนี่พร้อมกับผม แล้วไม่ได้ประสบการณ์อย่างเดียวกับผมเลยก็ว่าได้ หรือถ้าได้ประสบการณ์อย่างเดียวกันกับผม ผมว่าสิ่งที่ได้เหมือนกันก็คือ….. ‘ความทรงจำ’ เช้านี่แม่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของนักเดินทางบางกอก ด้วยแชมเปญรสดีแกล้มกับขนมช็อกโกแลตที่ว่าหวานหยดย้อย ตั้งแต่ก่อนสิบโมงเช้าเห็นจะได้ บ้านชั้นเดียวทรงยุโรปมีเนื้อที่บริเวณบ้านประมาณสี่ถึงห้าสิบตารางวา ข้างในตัวบ้านจัดสรรได้อย่างลงตัว มีมุมห้องครัวเล็กกะทัดรัดไม่เหมาะกับการจัดงานสังสรรค์ใหญ่ๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกในการจัดบ้านของแม่ อีกทั้งยังมีโต๊ะรับรองแขกเหมาะสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนได้ถึงหกที่ได้กระมัง ข้างๆโต๊ะรับแขกมีเตาผิงไฟช่างพอเหมาะพอเจาะกับเนื้อที่ภายในบ้านได้ลงตัวที่เดียว ซึ่งพอจะทำให้แขกที่มาเยี่ยมพอได้อุ่นรางกายได้อยู่บ้างผมพยายามมองการจัดแต่งบ้านในสไตล์แบบนี้ ซึ่งไม่ค่อยเห็นที่ใดให้ได้เห็นมากนัก ตามฝาผนังโดยรอบมีแต่รูปภาพตอนเยาว์วัยของพี่สาวคริสต์ และร่วมถึงคริสต์ในชุดแข่งม้าที่บรรจงใส่เต็มยศ และอีกกระทั้งเหรียญรางวัลที่แม่และพี่สาวเคยชนะการแข่งขันตามทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ประดับประดาให้ชื่นชมถึงผลงานมาสเตอร์พีซ ของเหล่าบรรดานักกีฬามือสมัครเล่น ร่วมทั้งใบประกาศนียบัตรต่างๆ บ่งบอกได้อย่างดีเยี่ยมว่าพี่สาวคริสต์ไม่ใช้ธรรมดา แต่ถ้าธรรมดาผมก็คิดว่าครอบครัวนี่พิเศษกว่าใครๆ เขาผมค่อยบรรจงหยิบยกกล้องออกมาจากกระเป๋าเพื่อเก็บภาพภายในบ้านหลังเล็กๆ นี้เพื่อเป็นต้นแบบ หรือเป็นแบบอย่างในการเอาไปใช้กับไอเดียเก๋ๆในการจัดแต่งห้องของตัวเองพอได้บ้างถัดไปผมเหลือบไปเห็นรูปตอนเด็กที่คริสต์แต่งองค์ทรงเครื่องแบบเต็มยศในชุดแข่งขี่ม้า ซึ่งถ่ายอยู่บนหลังม้าสีขาว แม่ยังบอกกับผมอีกว่าม้าตัวนี่ถึงตอนนี่มันก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่มันชราภาพอย่างมาก ตัวเริ่มแคระแกร่นอีกทั้งยังเดินไม่ค่อยจะได้แล้ว ในมุมห้องรับแขกมีเตียงนอนสำหรับพักผ่อนได้คนสองคน และเป็นที่ของแม่เวลามาดูแลฟาร์มในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนบ้านหลังนี่จะถูกปิดไว้ เหลือเพียงม้าและแมวเฝ้ารักษากันโดยลำพัง โดยไม่ต้องเกรงกลัวขโมย ขโจน แต่อย่างใดเลย ระหว่างนั้นแม่ก็พูดขึ้นมาว่าเดี๋ยวคริสต์ติน่าจะมาที่นี่ด้วย และจะเป็นคนพาเที่ยวชมฟาร์มและสวนหลังบ้าน เพราะคริสต์ติน่าเธอพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั่งวันนี้เป็นวันที่คริสต์ติน่าว่างจากงานพอดี ช่วงที่รอคริสต์ติน่าอยู่นั่น แม่ก็บรรจงรินแชมเปญขวดที่แม่บอกว่าได้มาจากคนใหญ่คนโตครั้งที่มาเยี่ยมฟาร์มม้าแห่งนี่ และเป็นเวลาเหมาะที่จะเปิดชิมลองมัน ผมพลางคิดไปว่าขนาดคนใหญ่คนโตมาเยี่ยม และมีแชมเปญติดไม้ติดมือมาด้วยแล้วราคาของแชมเปญก็คงจะแพงไม่ใช่เล่น ผมเหลือบมองแชมเปญขวดนั้น สีขาวอมชมพูนิด ยี่ห้ออะไรผมไม่อาจกล้าหยิบยื่นขวดมาอ่านได้ แต่รสชาติที่ไม่เคยจะสัมผัสสักครั้งเลยให้ตายเหอะ! ต่อให้ไม่หมดขวดผมก็ขอสู้ตาย ด้วยรสชาติของมันนี่ไง ที่ผมไม่อยากจะให้มันค้างไว้ในก้นขวด ครั้นได้เวลาคริสต์ติน่าซึ่งเป็นพี่สาวของคริสต์เตียนก็มาสมทบถึงที่ฟาร์ม และตัวผมเองก็พึ่งทำความรู้จักกันกับคริสต์ติน่าเป็นครั้งแรก เธอช่างแตกต่างกับคริสต์เตียนเป็นไหนๆ โดยเฉพาะความคล่องแคล้วกะฉับกะเฉงหรือแม้กระทั้งการพูดคุยของเธอ รวดเร็วดังเสมือนติดไฮสปีดที่มีความเร็วถึงสองเม็กหรือจะเป็นด้วยที่เธอเป็นนักกีฬาตั้งแต่อายุแปดขวบ เลยทำให้เธอดูมีความว่องไว กระทั้งการพูดจา แต่ผมว่าเธอเป็นคนคุยสนุกคนหนึ่งนะ ช่วงเวลาที่อยู่ฟาร์มม้า คริสต์ติน่าได้พาผมและน้องอรเดินสำรวจม้าทุกคอกทุกตัว และไม่ลืมที่จะแนะนำม้าตัวโปรดที่เธอมักใช้ในการแข่งขันทุกครั้ง แค่เธอผิวปากครั้งสองครั้งม้าตัวโปรดของเธอก็วิ่งลิ่วมาแต่ไกล ระหว่างนั้นคริสต์ติน่าไปหยิบขนมปังแผ่นกรอบๆมายื่นให้ผมและน้องอรเพื่อจะได้ทำความรู้จักกับม้าของเธอ ผมพลางหยิบขนมปังมาและยื่นให้ม้าเสมือนว่าผมก็เป็นส่วนหนึ่งของแขกบ้านนี่ และผมก็ได้ทำความรู้จักกับม้าที่มีราคาแสนแพงของคอกม้าแห่งนี้ไปด้วย ระหว่างนั้นแม่ก็เดินตามมาติดๆ และไม่ลืมที่หยิบแชมเปญที่ตั้งไว้ที่ห้องรับแขกข้างในบ้านมาด้วยสงสัยงานนี่ถ้าแชมเปญไม่หมดขวดแม่คงไม่ให้กลับไปยังโรงแรมอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการไม่เสียน้ำใจของแม่ ผมอาสาไปหยิบแก้วแชมเปญมาให้บรรดาสาวๆ พร้อมกับชนแก้วกับการพบกันครั้งแรกระหว่างผมและคริสต์ติน่ายังภายนอกอาคารหลังบ้าน ที่บรรยากาศเช้าๆ อย่างนี้ได้จิบแชมเปญแกล้มกับความหนาวเข้ากับกันไม่หยอก ระหว่างนั้นคริสต์ติน่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากจะโออวดผมและน้องอรอยู่กระมัง จึงเดินดุมๆลัดเลาะไปตามสนามหญ้าเพื่อไปยังทะเลสาบหลังบ้าน บริเวณทะเลสาบที่มักจะใช้จัดกิจกรรม และปาร์ตี้สังสรรค์ในหมู่ครอบครัว และเหล่าบรรดาเพื่อนของคริสต์ที่ชอบมาช่วงหน้าร้อน เพื่อทำกิจกรรมในหมูวัยรุ่นพบปะสังสรรค์ทุกครั้งถ้ามีโอกาสว่างมาเจอกัน เบื้องหน้าผมกำลังยื่นอยู่หน้าทะเลสาบที่มองออกไปช่างไกลลูกหูลูกตา ท่ามกล่างทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ไม่มีแม้ภูเขามาบดบังให้เห็นถึงภาพสะท้อนของขุนเขาเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั้งต้นไม้ริมทะเลสาบที่เรียงรายลดหลั่นไล่ระดับสูงต่ำ ที่ปราศจากแม้กระทั่งใบเพื่อหล่อเลี้ยงให้ความชุมฉ่ำกับมัน ซึ่งตอนนี้มันไม่เหลือแม้สักใบสองใบพอที่จะทำให้มันมีชีวิตชีวาได้เลย ผมพลางคิดว่าหรืออีกในไม่ช้ามันก็ถึงเวลาที่มันจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กาลเวลามันก็เป็นซะอย่างนี้ มีจบและมีดับ แปรเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามธรรมชาติลิขิต ก็คงเสมือนผมตอนนี้ ที่กาลเวลาได้เร่งฆ่าให้ความทรงจำผมหมดไปให้เร็วไว ให้เหลือไว้แค่เพียงรอยเท้าที่ย้ำไปทุกสถานที่ ทุกซอกซอย หรือแม้บางเหตุการณ์ที่ผมเริ่มจะมีความรู้สึกดีกับมัน กาลเวลาเหล่านั้นก็ช่างเร่งผมให้สั้นลงไปทุกที ผมละเกลียดไอ้แสรด…กาลเวลาเหลือเกินวะ น้ำในทะเลสาบผมมองดูคลับคล้ายสีของมรกตอ่อนๆเมื่อปะทะกับแสงแดง ที่สาดส่องลงบนพื้นน้ำจะว่าไปน้ำใสๆ ราวกระจกก็พอที่จะทำให้เห็นใบหน้าคนขี่เกียจอาบน้ำในช่วงเช้าอย่างผมได้เด่นชัด ผมละอยากเก็บภาพในบริเวณทะเลสาบพร้อมกับคริสต์ติน่าจัง น้องอรเหมือนรู้เห็นเป็นใจไปทุกทีสิเป็นคนรับอาสาเป็นช่างภาพให้ผมและคริสต์ติน่าได้เก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ ว่ากาลครั้งหนึ่งผมได้ถ่ายรูปกับนักกีฬาขี่ม้าของประเทศเยอรมนี (อะไรประมาณนี่หรือเปล่าผมไม่อาจคาดเดาได้) ผมได้แต่ขมใจเล็กๆว่าขอให้เธอได้เป็นนักกีฬาทีมชาติอย่างที่เธอตั้งใจและฝันไว้ เพราะอย่างน้อยถ้าหากเธอได้เป็นนักกีฬาจริงๆ ผมจะได้อวดอ้างรูปงามที่ผมและเธอเคยถ่ายด้วยกัน ก่อนครั้งที่เธอยังเป็นนักกีฬามือสมัครเล่นอยู่นี่สิ เท่ไม่เบาเลยวะนายแจ๊ค
edit @ 3 Dec 2008 11:24:56 by jack
edit @ 3 Dec 2008 12:20:13 by jack
edit @ 3 Dec 2008 12:21:59 by jack
edit @ 3 Dec 2008 12:23:21 by jack
edit @ 3 Dec 2008 13:03:20 by jack

