Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

เอนทรีนี้นานหน่อย เพราะมัวไปทวงคืนสนามบินมาครับ

                  5.  นักกีฬาทีมชาติเยอรมนี (สมัครเล่น)

              บนท้องถนนที่รถกำลังแล่นไปยังฟาร์มม้านั่น ริมข้างทางถนนเต็มไปด้วยหญ้าเขียวๆอ่อนๆเต็มลานทุ่ง และคั้นด้วยบ้านหลังเล็กๆ ที่มีปล่องไฟล่องลอยออกมาจากปล้องไฟหลังคาบ้าน ทุกบ้านเรือนต่างก็มีคอกม้าเล็กๆเป็นของตัวเอง เลี้ยงไว้ดูเล่นๆหรือว่าไว้เพาะพันธ์เป็นธุรกิจขนานย่อมของครอบครัวก็ว่าได้         ชาวสวนชาวไร่บางคนก็กำลังละเมียดตกแต่งใบหญ้า ที่กำลังชูช่อออกใบสลับกันไป เสมือนกำลังบรรจงจัดแต่งงานฝีมือขนานย่อมก็ไม่ปาน บางคนก็ขนย้ายไม้ท่อนเล็กท่อนใหญ่ตางกำลังพอที่จะหยิบยกได้ ต่างตกแต่งคอกม้าให้ดูแข็งแรงเพื่อต้นรับฤดูร้อนที่กำลังจะย่างกายมาถึงในเร็ววัน ช่างเป็นวิถีชีวิตของคนชนบทอย่างแท้ๆ ที่ผมไม่ค่อยพบเจอมาก่อนก็ว่าได้ การได้พบเห็นสถานที่ ภูมิประเทศที่แปลกตา อาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรม หรือแม้แต่รูปลักษณ์ผิวพรรณของผู้คน แม้กระทั้งยังจะเชื่อมโยงอย่างลึกซึ่งกับดินฟ้าอากาศที่แปรเปลี่ยนที่ล้วนแล้วมันผิดเพี้ยนกับที่ผมเคยสัมผัสมา มันช่างเป็นประสบการณ์ของนักเดินทางที่ต้องการค้นหาปลายทางความสุข และลิ้มรสความแปลกใหม่ ที่ผมและใครๆ หลายคนร่วมทั้งน้องอร ที่มายังสถานที่แห่งนี่พร้อมกับผม แล้วไม่ได้ประสบการณ์อย่างเดียวกับผมเลยก็ว่าได้ หรือถ้าได้ประสบการณ์อย่างเดียวกันกับผม ผมว่าสิ่งที่ได้เหมือนกันก็คือ….. ‘ความทรงจำ         เช้านี่แม่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของนักเดินทางบางกอก  ด้วยแชมเปญรสดีแกล้มกับขนมช็อกโกแลตที่ว่าหวานหยดย้อย ตั้งแต่ก่อนสิบโมงเช้าเห็นจะได้  บ้านชั้นเดียวทรงยุโรปมีเนื้อที่บริเวณบ้านประมาณสี่ถึงห้าสิบตารางวา  ข้างในตัวบ้านจัดสรรได้อย่างลงตัว มีมุมห้องครัวเล็กกะทัดรัดไม่เหมาะกับการจัดงานสังสรรค์ใหญ่ๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกในการจัดบ้านของแม่ อีกทั้งยังมีโต๊ะรับรองแขกเหมาะสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนได้ถึงหกที่ได้กระมัง ข้างๆโต๊ะรับแขกมีเตาผิงไฟช่างพอเหมาะพอเจาะกับเนื้อที่ภายในบ้านได้ลงตัวที่เดียว ซึ่งพอจะทำให้แขกที่มาเยี่ยมพอได้อุ่นรางกายได้อยู่บ้างผมพยายามมองการจัดแต่งบ้านในสไตล์แบบนี้ ซึ่งไม่ค่อยเห็นที่ใดให้ได้เห็นมากนัก ตามฝาผนังโดยรอบมีแต่รูปภาพตอนเยาว์วัยของพี่สาวคริสต์ และร่วมถึงคริสต์ในชุดแข่งม้าที่บรรจงใส่เต็มยศ และอีกกระทั้งเหรียญรางวัลที่แม่และพี่สาวเคยชนะการแข่งขันตามทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ประดับประดาให้ชื่นชมถึงผลงานมาสเตอร์พีซ ของเหล่าบรรดานักกีฬามือสมัครเล่น ร่วมทั้งใบประกาศนียบัตรต่างๆ บ่งบอกได้อย่างดีเยี่ยมว่าพี่สาวคริสต์ไม่ใช้ธรรมดา แต่ถ้าธรรมดาผมก็คิดว่าครอบครัวนี่พิเศษกว่าใครๆ เขาผมค่อยบรรจงหยิบยกกล้องออกมาจากกระเป๋าเพื่อเก็บภาพภายในบ้านหลังเล็กๆ นี้เพื่อเป็นต้นแบบ หรือเป็นแบบอย่างในการเอาไปใช้กับไอเดียเก๋ๆในการจัดแต่งห้องของตัวเองพอได้บ้างถัดไปผมเหลือบไปเห็นรูปตอนเด็กที่คริสต์แต่งองค์ทรงเครื่องแบบเต็มยศในชุดแข่งขี่ม้า ซึ่งถ่ายอยู่บนหลังม้าสีขาว แม่ยังบอกกับผมอีกว่าม้าตัวนี่ถึงตอนนี่มันก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่มันชราภาพอย่างมาก ตัวเริ่มแคระแกร่นอีกทั้งยังเดินไม่ค่อยจะได้แล้ว          ในมุมห้องรับแขกมีเตียงนอนสำหรับพักผ่อนได้คนสองคน และเป็นที่ของแม่เวลามาดูแลฟาร์มในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนบ้านหลังนี่จะถูกปิดไว้ เหลือเพียงม้าและแมวเฝ้ารักษากันโดยลำพัง โดยไม่ต้องเกรงกลัวขโมย ขโจน แต่อย่างใดเลย         ระหว่างนั้นแม่ก็พูดขึ้นมาว่าเดี๋ยวคริสต์ติน่าจะมาที่นี่ด้วย และจะเป็นคนพาเที่ยวชมฟาร์มและสวนหลังบ้าน เพราะคริสต์ติน่าเธอพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั่งวันนี้เป็นวันที่คริสต์ติน่าว่างจากงานพอดี         ช่วงที่รอคริสต์ติน่าอยู่นั่น แม่ก็บรรจงรินแชมเปญขวดที่แม่บอกว่าได้มาจากคนใหญ่คนโตครั้งที่มาเยี่ยมฟาร์มม้าแห่งนี่ และเป็นเวลาเหมาะที่จะเปิดชิมลองมัน ผมพลางคิดไปว่าขนาดคนใหญ่คนโตมาเยี่ยม และมีแชมเปญติดไม้ติดมือมาด้วยแล้วราคาของแชมเปญก็คงจะแพงไม่ใช่เล่น ผมเหลือบมองแชมเปญขวดนั้น สีขาวอมชมพูนิด ยี่ห้ออะไรผมไม่อาจกล้าหยิบยื่นขวดมาอ่านได้ แต่รสชาติที่ไม่เคยจะสัมผัสสักครั้งเลยให้ตายเหอะ! ต่อให้ไม่หมดขวดผมก็ขอสู้ตาย ด้วยรสชาติของมันนี่ไง ที่ผมไม่อยากจะให้มันค้างไว้ในก้นขวด         ครั้นได้เวลาคริสต์ติน่าซึ่งเป็นพี่สาวของคริสต์เตียนก็มาสมทบถึงที่ฟาร์ม และตัวผมเองก็พึ่งทำความรู้จักกันกับคริสต์ติน่าเป็นครั้งแรก เธอช่างแตกต่างกับคริสต์เตียนเป็นไหนๆ โดยเฉพาะความคล่องแคล้วกะฉับกะเฉงหรือแม้กระทั้งการพูดคุยของเธอ รวดเร็วดังเสมือนติดไฮสปีดที่มีความเร็วถึงสองเม็กหรือจะเป็นด้วยที่เธอเป็นนักกีฬาตั้งแต่อายุแปดขวบ เลยทำให้เธอดูมีความว่องไว กระทั้งการพูดจา แต่ผมว่าเธอเป็นคนคุยสนุกคนหนึ่งนะ ช่วงเวลาที่อยู่ฟาร์มม้า คริสต์ติน่าได้พาผมและน้องอรเดินสำรวจม้าทุกคอกทุกตัว และไม่ลืมที่จะแนะนำม้าตัวโปรดที่เธอมักใช้ในการแข่งขันทุกครั้ง แค่เธอผิวปากครั้งสองครั้งม้าตัวโปรดของเธอก็วิ่งลิ่วมาแต่ไกล ระหว่างนั้นคริสต์ติน่าไปหยิบขนมปังแผ่นกรอบๆมายื่นให้ผมและน้องอรเพื่อจะได้ทำความรู้จักกับม้าของเธอ ผมพลางหยิบขนมปังมาและยื่นให้ม้าเสมือนว่าผมก็เป็นส่วนหนึ่งของแขกบ้านนี่ และผมก็ได้ทำความรู้จักกับม้าที่มีราคาแสนแพงของคอกม้าแห่งนี้ไปด้วย         ระหว่างนั้นแม่ก็เดินตามมาติดๆ และไม่ลืมที่หยิบแชมเปญที่ตั้งไว้ที่ห้องรับแขกข้างในบ้านมาด้วยสงสัยงานนี่ถ้าแชมเปญไม่หมดขวดแม่คงไม่ให้กลับไปยังโรงแรมอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการไม่เสียน้ำใจของแม่ ผมอาสาไปหยิบแก้วแชมเปญมาให้บรรดาสาวๆ พร้อมกับชนแก้วกับการพบกันครั้งแรกระหว่างผมและคริสต์ติน่ายังภายนอกอาคารหลังบ้าน ที่บรรยากาศเช้าๆ อย่างนี้ได้จิบแชมเปญแกล้มกับความหนาวเข้ากับกันไม่หยอก         ระหว่างนั้นคริสต์ติน่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากจะโออวดผมและน้องอรอยู่กระมัง จึงเดินดุมๆลัดเลาะไปตามสนามหญ้าเพื่อไปยังทะเลสาบหลังบ้าน บริเวณทะเลสาบที่มักจะใช้จัดกิจกรรม และปาร์ตี้สังสรรค์ในหมู่ครอบครัว และเหล่าบรรดาเพื่อนของคริสต์ที่ชอบมาช่วงหน้าร้อน เพื่อทำกิจกรรมในหมูวัยรุ่นพบปะสังสรรค์ทุกครั้งถ้ามีโอกาสว่างมาเจอกัน         เบื้องหน้าผมกำลังยื่นอยู่หน้าทะเลสาบที่มองออกไปช่างไกลลูกหูลูกตา ท่ามกล่างทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ไม่มีแม้ภูเขามาบดบังให้เห็นถึงภาพสะท้อนของขุนเขาเลยแม้แต่น้อย  แม้กระทั้งต้นไม้ริมทะเลสาบที่เรียงรายลดหลั่นไล่ระดับสูงต่ำ ที่ปราศจากแม้กระทั่งใบเพื่อหล่อเลี้ยงให้ความชุมฉ่ำกับมัน ซึ่งตอนนี้มันไม่เหลือแม้สักใบสองใบพอที่จะทำให้มันมีชีวิตชีวาได้เลย ผมพลางคิดว่าหรืออีกในไม่ช้ามันก็ถึงเวลาที่มันจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กาลเวลามันก็เป็นซะอย่างนี้ มีจบและมีดับ แปรเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามธรรมชาติลิขิต ก็คงเสมือนผมตอนนี้ ที่กาลเวลาได้เร่งฆ่าให้ความทรงจำผมหมดไปให้เร็วไว ให้เหลือไว้แค่เพียงรอยเท้าที่ย้ำไปทุกสถานที่ ทุกซอกซอย หรือแม้บางเหตุการณ์ที่ผมเริ่มจะมีความรู้สึกดีกับมัน กาลเวลาเหล่านั้นก็ช่างเร่งผมให้สั้นลงไปทุกที ผมละเกลียดไอ้แสรดกาลเวลาเหลือเกินวะ          น้ำในทะเลสาบผมมองดูคลับคล้ายสีของมรกตอ่อนๆเมื่อปะทะกับแสงแดง ที่สาดส่องลงบนพื้นน้ำจะว่าไปน้ำใสๆ ราวกระจกก็พอที่จะทำให้เห็นใบหน้าคนขี่เกียจอาบน้ำในช่วงเช้าอย่างผมได้เด่นชัด ผมละอยากเก็บภาพในบริเวณทะเลสาบพร้อมกับคริสต์ติน่าจัง น้องอรเหมือนรู้เห็นเป็นใจไปทุกทีสิเป็นคนรับอาสาเป็นช่างภาพให้ผมและคริสต์ติน่าได้เก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ ว่ากาลครั้งหนึ่งผมได้ถ่ายรูปกับนักกีฬาขี่ม้าของประเทศเยอรมนี (อะไรประมาณนี่หรือเปล่าผมไม่อาจคาดเดาได้) ผมได้แต่ขมใจเล็กๆว่าขอให้เธอได้เป็นนักกีฬาทีมชาติอย่างที่เธอตั้งใจและฝันไว้ เพราะอย่างน้อยถ้าหากเธอได้เป็นนักกีฬาจริงๆ ผมจะได้อวดอ้างรูปงามที่ผมและเธอเคยถ่ายด้วยกัน ก่อนครั้งที่เธอยังเป็นนักกีฬามือสมัครเล่นอยู่นี่สิ เท่ไม่เบาเลยวะนายแจ๊ค 

edit @ 3 Dec 2008 11:24:56 by jack

edit @ 3 Dec 2008 12:20:13 by jack

edit @ 3 Dec 2008 12:21:59 by jack

edit @ 3 Dec 2008 12:23:21 by jack

edit @ 3 Dec 2008 13:03:20 by jack

Photobucket - Video and Image Hosting



                    4. “ S-class
ของแม่       

  เช้านี่ผมตื่นมาพร้อมอาการสดใส ชดชื่นเป็นไหนๆ เพราะอาจเป็นด้วยเหล้าตัวสุดท้ายที่ผมบรรจงดื่มอย่างละเมียดละมัยไปเมื่อคืน บวกกับอากาศที่เย็นสบายไม่ถึงกับหนาวมากเท่าไหร่ผมพึ่งรู้จากน้องอรเมื่อคืนนี้เองว่า เหล้าตัวที่ผมและเพื่อนๆดื่มกันก่อนจะเลิกรางานเลี้ยงไป ถ้าหากดื่มเข้าไปมันจะทำให้กระปรี้กระเปร่าไม่ทำให้ปวดหัวในยามเช้า เพราะหากเกิดว่าผมไม่ได้ดื่มเหล้าตัวนั้นไปอาการปวดหัวในยามเช้าของผมคงได้ระบ่ม งง งวย ไม่ใช้น้อยในเวลาเช้าเช่นนี่

เช้านี่ผมมีนัดทานอาหารเช้ากับแม่ของคริสต์ และน้องอรที่ชั้นล่างโรงแรม ผมรีบลุกขึ้นนั่งจากที่นอนโดยรีบเร่งไปจัดแจงพาระกิจส่วนตัว ในห้องน้ำให้เสร็จทันเวลานัดทานอาหารเช้า  พลางจัดแจงเก็บข้างของที่จำเป็นจะต้องใช้ในยามเดินทางระหว่างทาง เพราะวันนี่ผมจะไปสำรวจตัวเมืองแฟร้งค์เฟิร์ตกับน้องอรต่อ โชคดีของผมที่ลงมาท่วงทันเวลานัดก่อนตั้งหลายนาที ผมจัดแจงเลือกที่นั่งเลือกมุมเหมาะพอที่จะหลบหน้าหลบตา พนักงานโรงแรมพอได้บ้าง แต่โต๊ะตรงข้ามผมนี่สิ มีหญิงชราสูงวัยปลายแก่ๆ แต่งตัวดีมีภูมิฐานไม่ใช่น้อย เหล่าบรรดาพนักงานเสิร์ฟต่างเอาอกเอาใจเป็นกรณีพิเศษ  เหมือนเป็นแขกคนสำคัญของโรงแรมก็ไม่ปาน 

ระหว่างนั่นน้องอรที่เมื่อคืนเธอมาส่งผมพร้อมกับคริสต์เตียน และเธอได้พักค้างแรมที่โรงแรมแห่งนี่เช่นกัน เผื่อว่าช่วงเช้าจะได้ไม่ต้องรีบเร่งมารับผมไปเที่ยวในแฟร้งค์เฟิร์ต และอีกอย่างโรงแรมเมื่อคืนก็ไม่เต็มด้วย เพราะเป็นวันธรรมดา ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆของคริสต์อยากจะหลับนอนค้างแรมที่นี่ก็ไม่มีใครว่าและเพื่อนๆก็เคยทำกันอยู่บ่อยไป ผมทำการทักทายตามประสาคนไทยทักทายกันอย่างปกติ 

ใกล้กันที่โต๊ะผมนั่งอยู่กับน้องอร โต๊ะตรงข้ามมีหญิงชราสูงวัยที่ผมเห็นเมื่อครู่ หน้าตาดุดัน หน้าเกรงขาม น้องอรเดินดุมๆเรียกผมให้เดินตามเธอไปอย่างกระชัดชิด  และแนะนำตัวให้ผมได้รู้จักกับยายของคริสต์เตียน ที่ผมเห็นตั้งแต่แรกเช้าก่อนที่น้องอรยังไม่มาถึงซะอีก

 ผมมีตาหามีแววไม ผมกลายเป็นคนไม่มีมารยาทไปโดยปริยายเพียงเซียวนาทีนี่ ผมคิดออกได้เพียงว่าผมผิดที่ไม่ยอมทักทายท่านยายที่เป็นถึงประธานโรงแรม ผมสมควรที่จะถูกโยนออกจากโรงแรมบัดเดี๋ยวนี่ ไม่สมควรที่จะได้อยู่โรงแรมแห่งนี่อีกต่อไป ไปซะนายแจ๊คแห่งบางกอก!

 ผมเพ้อเจ่อถึงขนาดไม่กล้าสบสายตาท่านแม้แต่น้อย  แล้วนอบน้อมเหมือนลูกหมาที่โดนดุด่าว่ากล่าว ผมล่ะอยากร้องให้ดังระงมไปทั่วห้องอาหารซะอย่างนั้น ไม่นานนักแม่ของคริสต์เตียนก็มาสมทบช่วยเวลาได้ทัน ท่ามกลางอาหารเช้าที่บรรยากาศดูเคร่งครึม หรือผมคิดไปเอง เพราะจากที่ผมสังเกตพวกท่านก็ไม่ได้ทานอาหารแบบเกรงๆอย่างเช่นผม แต่อย่างไรพวกท่านต่างคอยที่จะสอบถามผมเป็นระยะๆ เหมือนอยากชวนคุยไปด้วย

ถึงประเทศไทยในทัศนะของผม ยายของคริสต์เตียนท่านเคยไปเมืองไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว และท่านก็เคยพักที่โรงแรมโอเรียนเติลที่เป็นโรงแรมระดับหกดาวของบางกอกมาแล้ว ช่างเหมาะกับท่านอย่างมากผมว่าอย่างนั้น  ยกเว้นแม่ของคริสต์ที่ไม่เคยไปบากกอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว  เธอได้แต่ถามผมว่าที่บางกอกมีที่ช็อปปิ้งที่มียี่หอแบรนเนมดังๆอย่างเช่นที่นี่ไหม?         

  แน่นอนครับบางกอกบ้านผมก็เหมือนที่นี่เหมือนกัน แตกต่างก็เพียงแค่มลพิษทางอากาศไม่ดีเท่าที่นี่แค่นั้น ห้างดังๆใหญ่ๆมีให้เกลื่อนกรุง ผมรู้มาว่าแม่คริสต์เป็นคนที่ชื่นชอบช็อปปิ้งที่สุด ไม่แน่ปีนี้หรือปีหน้าแม่อาจไปเที่ยวบางกอกสักครั้งก็ได้แม่กล่าวเช่นนั้น         

 เช้านี่ผมเปลี่ยนแผนที่จะไปเที่ยวในตัวเมืองแฟร้งค์เฟิร์ต เพราะแม่คริสต์ชวนไปเที่ยวฟาร์มม้า ที่แม่คริสเป็นคนดูแลและเป็นเจ้าของร่วมทั้งพี่สาวของคริสต์ด้วย ทั้งแม่และพี่สาวเป็นคนชอบขี่ม้าและหลงรักกีฬาขี่ม้าเป็นชีวิตจิตใจ จึงมีฟาร์มม้าไว้ซ้อมแข่งและฝึกฝนเป็นของตัวเอง ซึ่งฟาร์มม้าก็ไม่ไกลจากตัวเมืองจุกกี้ซาร์มไปไม่ไกลนัก และอีกอย่างผมก็อยากที่จะสัมผัสฟาร์มม้าชนบทและฝึกขี่ม้าสักครั้ง ที่สำคัญจะได้ทำความรู้จักกับพี่สาวของคริสต์เตียนด้วยนี่สิ อย่างหลังไม่อยากพลาดมันไปเลย        

 ผมเลยชักชวนน้องอรไปเที่ยวฟาร์มม้าของแม่กัน ช่วงเช้าจะได้สัมผัสเดินเล่นในฟาร์มม้าชนบทของประเทศเยอรมนี ผมไม่ค่อยจะพบเห็นสักเท่าไหร่ และเป็นการดีที่แม่ออกปากเชิญชวนอย่างเป็นทางการ ถ้าผมปฏิเสธการเชิญชวนครั้งนี่สิ ผมจะเป็นคนเสียมารยาทไปโดยปริยาย ซึ่งสิ่งหลังนี่ผมตระหนักอยู่ตลอดเวลาเพราะลำพังแค่ได้อยู่อาศัยที่โรงแรมฟรีนี่แล้ว ผมก็เสียมารยาทไปมากพอแล้ว ผมรับตอบรับคำเชิญของแม่เผื่อแม่อาจเปลี่ยนใจ ผลล่ะอดไปเที่ยวฟาร์มในชนบท ตอนนี่ผมพยายามวาดฝันภาพฟาร์มม้าชนบทเต็มกระดาษที่มีรอยหยักบนสมองอันน้อยนิดของผมเสียเต็มประดา        

 หลังจากรับประทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อย แม่เป็นคนรับอาสาเป็นไกด์หนึ่งวัน และพ่วงท้ายตำแหน่งคนขับรถให้กับผมและน้องอรอีกด้วย ในระหว่างทางนั่งรถไปฟาร์มแม่ก็ถามผมเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ที่ผมพอจะจับใจความได้อยู่บ้างว่า ที่บางกอกบ้านผมมีรถเบนส์ S-class ไหม?”        

ในขณะนั้นผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าผมกำลังนั่งอยู่บนรถเบนส์เอสคลาสอยู่ รู้แต่เพียงว่าได้นั่งรถคันหนึ่งที่ดูภายในตัวรถช่างกว้างขวางและหรูหรา อุปกรณ์ภายในก็ดูลุกล้ำนำสมัยกว่ารถบ้านผมเป็นไหนๆแล้วบางกอกบ้านผมรุ่นนี่มีหรือยังหล่ะ! ดีที่น้องอรช่วยเหลือผมได้ทวงที เพราะลำพังตัวผมเองจะสื่อสารหรือโต้ตอบกับแม่ก็เป็นการยากที่จะสื่อสารให้เข้าใจอย่างถ้องแท้ น้องอรโต้ตอบเป็นภาษาเยอรมนีโดยด่วนว่า ที่กรุงเทพคงยังไม่นำเข้ามาหรอก แต่อาจกำลังนำเข้ามาแล้วก็ได้.        

 แค่เบาะที่ผมนั่งทับอยู่นี่ก็ยังเป็นระบบไฟฟ้า และปรับเปลี่ยนได้ด้วยปุ่มปรับข้างขอบประตู ถ้าหากว่าใต้ก้นที่ผมนั่งอยู่ยังไม่อุ่นพอ ผมสามารถเพิ่มระดับความร้อนพอจะทำให้ก้นผมได้เผาไหม้ได้สบายๆ น้องอรยังย่ำอีกว่า เอสคลาสสำหรับคนเยอรมนี คนที่พอจะซื้อหามาขับได้ก็มีเพียงนักธุรกิจใหญ่ๆและผู้นำประเทศหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใช้ขับกัน ไม่ค่อยมีคนธรรมดาใช้ขับกันเท่าไหร่

Photobucket - Video and Image Hosting

                        

                     3. เมาไมน์หรือเมาไวน์

 

               คืนนี่ผมมีนัดทานอาหารค่ำกับบรรดาเพื่อนๆ ของคริสที่จะเลี้ยงต้อนรับการมาเยือน

ครั้งนี่ ผมรับโทรศัพท์ภายในห้องที่ผมพักอยู่เป็นเสียงของคริสเตียนที่โทรเข้ามาห้องพักของผม

             แจ๊ค เดี๋ยวประมาณห้าโมงเย็นจะมารับนะ

            เดี๋ยวอ๊อตโต้ ปีเตอร์ และน้องอรจะเลี้ยงต้อนรับอาหารค่ำที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน

             โอเค ผมพลางเกาหัวเล็กน้อย

ทั้งอ๊อตโต้ ปีเตอร์ และผมต่างเคยพบเจอกันบ่อยครั้งและเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยๆที่กรุงเทพ ในช่วงที่พวกเขามาเยี่ยมผม ส่วนน้องอรซึ่งเป็นแฟนกับคริสต์เตียนนั้น ผมไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนได้แต่พูดคุยกันทางโทรศัพท์และแชทกันทางอินเตอร์เน็ทเท่านั้น

             ค่ำคืนอันสุดหรู ในร้านอาหารอิตาเลี่ยน และเก่าแก่ของแฟรง้ค์เฟิร์ตริมแม่น้ำไมน์ บรรยากาศริมแม่น้ำสวยอย่างที่คิดไว้ มองทะลุกระจกจากห้องอาหารหลังฉากน้ำไมน์จะ

เห็นตึกระฟ้าพร้อมใจกันเปิดแสงไฟทั่วท้องฟ้า และมีอยู่ตึกหนึ่งที่มีการแตกแต่งไฟตัวตึกเหมือนคลื่นวิทยุที่มีความถี่ขึ้นๆลงๆตามจังหวะของคลื่นวิทยุ คนแตกแต่งแสงไฟของตัวตึกชั่งมีความคิดที่เป็นศิลป์ที่ไม่ค่อยได้เห็นผลงานแบบนี่มาก่อน ผมโชคดีที่มาในช่วงที่มีการจัด

นิทัศการณ์แสงไฟในมหานครแห่งนี้ เป็นมุมที่หาชมที่อื่นไม่ค่อยได้ หรือว่าสถานที่อื่นๆก็มีมุมที่สวยแบบนี่เหมือนกัน! ด้วยเพราะประสบการณ์ของผมยังด้อยกว่าคนอื่นหรือเปล่า ผมจึงมองมุมที่นี่สวยกว่าที่ไหนๆ ระหว่างที่ผมรอเพื่อนๆมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน พี่ไมล์ ซึ่งเป็นพนักงานร้านอาหารแห่งนี้เข้ามาทักทายผมเป็นภาษาที่ผมคุ้นๆมาตังแต่เกิด สวัสดีครับผมไมล์ครับ!

             ยินดีต้อนรับสู้ประเทศเยอรมนีครับ

             ผมทำหน้าลึกลักยังกะเห็นผีและตกใจพอสมควร เพราะไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมา

เจอกับคนไทยด้วยกันมาก่อน ครับสวัสดีครับ

พี่ไมล์เขาเป็นเพื่อนคริสต์และปีเตอร์ คริสต์และครอบครัวชอบมาทานอาหารที่นี่กันบ่อยไป อีกอย่างพี่ไมล์กับคริสต์ก็ชอบเที่ยวดื่มอยู่กลับกลุ่มนี่บ่อยครั้ง ระหว่างนั้นพี่ไมล์ยกถ้วยชามมาวาง ผมสังเกตถ้วยชามโต๊ะที่ผมและคริสต์นั่งดูแตกต่างจากโต๊ะคนอื่นๆเขา ทั้งช้อนซ้อมของคริสต์มีการแกะสลักชื่อนามสกุลมันไว้บนชามช้อนที่มันใช้คืนนี่ มันมีอะไรที่พิเศษไปมากกว่านี่อีกหรอ ผมแค่คิด!

             พี่ไมล์คงเห็นอากับกริยาของผม ไม่ต้องตกใจนะน้อง คริสต์เขาจะมีถ้วยชามและอุปกรณ์เป็นของส่วนตัวเขาโดยเฉพาะ ทางร้านเราจัดทำให้ครอบครัวเขาเป็นพิเศษ เพราะครอบครัวของคริสต์มาทานอาหารที่กันบ่อยๆมาก และทางร้านเรายินดีที่จะทำอะไรให้กับแขกคนพิเศษของเราบ้างก็เท่านั้น และน้องแจ๊คก็เป็นคนพิเศษของร้านเราในคำคืนนี่ พี่มีไวน์จะให้น้องเลือกด้วย

             แล้วแต่เพื่อนๆครับพี่ ผมว่ารอให้อ๊อตโต้ ปีเตอร์ และน้องอรก่อนดีไหมครับ

             ระหว่างนั่นคริสต์มันพอที่จะฟังภาษาไทยที่ผมกับพี่ไมล์สนทนากันออกได้อยู่บ้าง

             ไม่ต้องรอเอามาอีกขวด!”

             ผมและพี่ไมล์พร้อมใจมองหน้ากัน และอดที่จะขำไม่ได้ ต่างคนต่างพร้อมใจกันปล่อยเส้นบางตื่นของตนเองออกมา พลางอมยิ้มในมุมปากเล็กน้อย และไม่แก้คำผิดของคริสต์มัน เพราะระหว่างนี่คริสมันได้เมาคำพูดของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

             เอาตามนั้นเลยพี่ไมล์ ขอไวน์ขาวหนึ่งขวด ตามที่คริสต์มันสั่งเลยครับพี่!”

             ช่วงที่รออ๊อตโต้และปีเตอร์อยู่นั้น ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ไมล์ ถามถึงที่มาว่าพี่เขามาอยู่ที่เยอรมนีได้ยังไง พี่ไมล์เป็นคนกรุงเทพแต่กำเนิด และได้ตามพ่อแม่มาอยู่ที่เยอรมนีตั้งแต่สิบขวบ ครอบครัวพี่ไมล์เป็นคนเชื่อสายจีนก็เลยทำให้พี่เขาน่าตาออกไปทางเกาหลีได้เลย พ่อแม่พี่เขาประกอบอาชีพร้านอาหารไทยจีนอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต ขนาดร้านอาหารประมาณสามสี่สิบที่นั่ง ท่ามกลางป่าคอนครีดของมหานครนิวยอร์กยุโรปแห่งนี่

             แล้วทำไมพี่ถึงไม่ทำร้านอาหารของพ่อแม่พี่ล่ะ?”

             พี่โตและเห็นร้านอาหารของพ่อแม่มาตั้งแต่พี่จำความได้ และอีกอย่างพี่ก็อยากที่จะทำร้านอาหารที่เป็นของตัวเองบ้าง เลยต้องการที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ร้านอาหารอื่นๆ ที่

กระจ่ายอยู่ทั่วทุกมุมตึกของเมืองนี่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารอินเดีย หรือกระทั้งร้านอาหารอิตาเลี่ยนพี่ก็เคยทำมาหมดทั้งนั้น

             แล้วพี่คิดได้หรือยังว่า พี่ต้องการจะเปิดร้านอาหารของชาติไหนครับ?”

             พี่ชอบอาหารอิตาเลี่ยนวะ! เพราะอย่างน้อยก็อยากทำอะไรที่แตกต่างจากธุรกิจของครอบครัวบ้าง เพราะดูคนเมืองนี่สิ เขานิยมนั่งร้านอาหารที่ดูโก๋เก๋ และมีรสนิยมแพงๆ น้องลองมองดูข้างนอกร้านสิ ผู้คนเมืองนี่เขานิยมใส่สูทการแต่งตัวดูเป็นทางการ ร้านอาหารที่นี่จึงเป็นที่นิยมของนักธุรกิจ ที่ไม่ค่อยจะพุดคุยกันเวลาเดินสวนกันเท่าไหร่ ต่างคนต่างโอ่อวดศักดิดาว่า ข้า

ทำงานเป็นนายธนาคารหรือเจ้าของธุรกิจที่นี่อะไรประมาณนี่น่ะ สิ่งที่พี่ไม่เคยเห็นคนเมืองนี่เขากระทำกันต่อหน้าพี่ก็คือ การทักทายซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างหยิ่งจองหองซึ่งกันและกัน ไม่เหมือนคนบ้านเมืองเรานะพี่ว่า พี่คงไม่ทำงานอยู่ร้านนี่ไปจนอายุเยอะหรอก! ไม่แน่น้องอาจจะเห็นร้านอาหารที่เป็นร้านอิตาเลี่ยนแท้ๆที่พี่เป็นเจ้าของก็อาจจะเป็นได้

             ครับพี่ ผมจะรอมาเป็นแขกคนพิเศษของร้านพี่นะ

ในระหว่างนั่น อ๊อตโต้ ปีเตอร์และน้องอร มาพร้อมกัน เช่นเคยที่จะไม่ลืมทำการทักทายพี่ไมล์

เสมือนจะเคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ขนาดอ๊อตโต้และปีเตอร์ซึ่งพวกเขาเป็นคนเยอรมันแท้ๆยังยกมือไหว้พี่ไมล์เลย และแถมท้ายด้วยการแนบแก้มซ้ายขวาคนละฟอดสองฟอด อ๊อตโต้เป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มก็ว่าได้ เพราะอายุอานามพี่เขาพอที่จะเป็นพ่อผมได้เลย และผมก็ไม่เคยถามถึงอายุของอ๊อตโต้เลยสักครั้ง อาจจะเป็นการดีก็ได้ที่ผมไม่ละลาบละล้วงเรื่องอายุของเขา ขนาดคริสต์เตียนเองยังไม่รู้เลยว่า อ๊อตโต้อายุเท่าไหร่แล้ว ผมรู้แค่เพียงว่า อ๊อตโต้ทำงานเกี่ยวกับภาษีรับทำบัญชีอะไรประมาณนั้นและอีกอย่างที่ผมหลงไหล่ได้ปลื้มอ๊อตโต้ก็คือ เขาอาจเคยเดินทางมารอบโลกแล้วก็ได้ เพราะได้ฟังจากเขาเล่าให้ฟังมาบ้างและจากการยืนยันของพาสปอร์ตที่เขาถือ และเคยยืนให้ผมดูที่เปลี่ยนมาแล้วหลายเล่มทีเดียว ส่วนปีเตอร์เป็นหนุ่มพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ของแฟรงก์เฟิร์ตก็ว่าได้ ปีเตอร์ทำงานเกี่ยวกับระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ให้กับ ลูฟฮันซ่าที่เป็นสายการบินที่ดีที่สุดของเยอรมนี ซึ่งผมเคยเห็นปีเตอร์มันทำงานในขณะที่มันมาเที่ยวเมืองไทย ในระหว่างนั้นระบบคอมพิวเตอร์มีการขัดข้องอะไรบางอย่างทำให้การเช็คอินท์ของลูฟฮันซ่าไม่สามารถทำได้ แต่ปีเตอร์ซึ่งกำลังพักร้อนอยู่ที่พัทยาตอนนั้น ก็สามารถเอาโน้ตบุกของตัวเองออกมาแก้ไขได้ท้วงทัน ผมเห็นแล้วยังอึ่งในความสามารถไม่หายเลย!แล้วเวลาที่ปีเตอร์มันเดินทางไปเที่ยวไหน มันก็จะได้สิทธิพิเศษกว่าใครเขา โดยการเลือกที่นั่งชั้นนักธุรกิจและเพิร์ตคลาสทุกครั้งในราคาพนักงานลดห้าสิบเปอร์เซ็นเลยทีเดียว  ระหว่างนั้นน้องอรถามไถ่ถึงการเดินทางเป็นระยะๆ และไม่ลืมที่จะถามถึงความคิดเห็นของหมานครแฟร้งค์เฟิร์ตในสายตาของผมแห่งนี่

             มื้อนี่คริสต์มันคงจะโทรมาจัดแจงเรื่องอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วมั่ง เพราะพี่ไมล์เดินมาสอบถามว่า พร้อมที่จะรับอาหารชุดแรกเลยหรือเปล่า? ในระหว่างที่รออาหารชุดแรกมาเสิร์ฟ อ๊อตโต้ก็สอบถามผมว่ามายุโรปครั้งนี่จะไปเที่ยวประเทศไหนบ้าง?”

         ผมว่าจะอยู่แฟร้งค์เฟิร์ตสักคืนสองคืนแล้วอาจจะไปเที่ยวแถวไฮร์เดนแบร์กแล้วต่อรถไปโคโลนญ์เพื่อจะไปอัมสเตอร์ดัมต่อ ไม่แน่ผมอาจจะไปเบลเยียมด้วยก็เป็นได้ครับ แล้วค่อยวกกลับมาที่มิวนิกเพื่อพบเพื่อนที่จะมาสมทบจากอังกฤษ เที่ยวมิวนิคสักคืนแล้วไปปรากต่อครับ

         อ๊อตโต้ ดูมันอ้อมๆไปไหม? เดี่ยวถ้าอ๊อตโต้มีเวลาจะพานั่งรถเที่ยวถนนสายโรแมนติก ที่เขาล่ำลือว่าสวยนักหหนาระหว่างที่แวะไปเที่ยว ไฮเดลเบิร์กและอาจจะไปส่งขึ้นรถไฟที่โคโลญเพื่อต่อไปปยังอัมสเตอร์ดัมได้เลย บางช่วงในเส้นทางตามถนนที่จะมุ่งหน้าไปโคโลญนั้น จะพบเจอปราสาทเก่าแก่เต็มทั้งสองฝากฝังของแม่น้ำและบางเมืองจะเห็นไร่องุ่นปลูกเต็มภูเขาสวยจับจิต ลุงอ๊อตโต้

ว่าอย่างงั้น

         ระหว่างนั้นคริสต์เตียนเออ ออ หอหมกด้วยคน เดี๋ยวลุงอ๊อตโต้จะพาเที่ยวเองไม่ต้องเป็นห่วง เพราะลำพังอ๊อตโต้แกเชี่ยวชาญเส้นทางแถวนี้เป็นอย่างดี หากผมจะรอให้คริสต์มันพาเที่ยวคงจะไม่ได้เที่ยวไหนๆเป็นแน่ เพราะคริสต์มันไม่เคยเที่ยวแถวนี่เลยให้ตายเหอะ!”

         เผลอแป้บเดี๋ยวไวน์ขาวหมดไปแล้วสองขวดในช่วงที่ผมและเพื่อนกำลังเมามันกับการ

สนทนาอย่างออกรสออกขิง เหมือว่าไม่เคยได้คุยกันมาแต่ปางก่อน โดยไม่ได้เอ่ะใจไปเลยว่าไวน์

มันผ่านไปร่างกายขวดที่สองแล้ว อาหารชุดแรกเป็นออเดิร์ฟ มีทั้งหมดสองจานเบอเริ้ม จานแรก

เป็นขนมปังที่ตกแต่งด้วยผักนาๆชนิดวางโป๊ะไว้บนขนมปัง และจานที่สองดูดีๆเหมือนยำซีฟูด

แต่ขาดแค่ใส่วุ้นเส้นลงไปเท่านั้น แต่หากใส่วุ้นเส้นลงไป ใช่เลยยำแถวบ้านผมที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี แต่รสชาตินี่สิ มันช่างแตกต่างกับยำบ้านผมเป็นไหนๆ เพราะน้ำยำที่ใส่ราดลงไป

มันใช้น้ำมันงาหรืออะไรไม่รู้ปะแล่มๆเปรี้ยวๆ แต่ก็พอจะทานได้อยู่บ้าง ถ้าหากแกล้มกับไวน์

ชั้นยอดแล้วเข้ากันเข้ากัน ระหว่างที่ทานอาหรไปเรื่อยๆพี่ไมล์ก็เข้ามาแจมเป็นระยะๆ ดูแล้วมันช่างออกรสชาติสร้างความเฮฮาให้โต๊ะใกล้ๆได้อิจฉาได้พอบ้างไม่มากก็น้อย

         อาหารชุดสองนี่สิ ผมจะรอดไหมนี่ ! มันเป็นสปาร์เก็ดตี้ซีฟูดแบ่งเป็นสองจานละ

ขนาดคนไทยกินกันสี่ห้าคนเห็นจะได้ แต่คราวนี่เป็นแบบฝรั้งเขากินกันสิ ผมจะแย่ น้ำหูน้ำตาเริ่มที่จะทะลักไหลรินร่วงลงมา เพราะเพื่อนๆต่างคนต่างตักอาหารของตัวเองยื่นมาใส่จานผมไห้ลองชิมอาหารของตน เห็นผมเป็นคนอดอยากหรือกระมัง แต่ผมเป็นคนมีมารยาทดีด้วยนี่สิ ต้องกล้ำกลื่น

กินอาหารเข้าไปทั้งที่น้ำหูน้ำตาก็ไหลไปด้วย มึงกินเยอะๆยิ่งตัวมึงผอมแห้งอยู่ด้วย รับรอง

มึงอยู่ที่นี่สักอาทิตย์มึงได้กลับไทยพร้อมพุงปุ๋มปุ๋ย คริสต์มันเอ่ยขึ้นมา

         ใครช่างเสี้ยมสอนมันล่ะนี่! ผมพลางหันไปมองอ๊อตโต้และเพื่อนๆต่างเห็นกันยิ้มในมุมปากเสมือนบ่งบอกกันว่ากำลังฮากันอยู่ในลำคอกันใหญ่ ทั้งผมและน้องอรอดกลั้นไม่ไหวเหมือนกัน ต่างปล่อยความขำจับจิตให้มันลบเลือนความเลี่ยนของอาหารไปพลางๆ

         ขณะนี่ไวน์ขวดที่สามเติมมาติดๆ นุ่มลึกบาดลิ้น และเมาแบบนิ่มๆ ผมเอ่ะใจทำไมคุณลุง

อ๊อตโต้ ไม่ดื่มไวน์ล่ะ! เลยสงสัยและสอบถามความว่า

         อ๊อตโต้ทำไม่คุณไม่ดื่มไวน์และเบียร์หล่ะ? ทำไมดื่มแต่น้ำโคคาโคล่า ไม่กลัวกระเพาะผุผังงหรอ?

         อ่อ เบียร์เหล้า ผมไม่ดื่มมานานแล้วแจ๊ค  กระทั้งน้ำเปล่าผมก็ไม่ดื่มมันมานตั้งแต่เป็นวัยรุ่น

แล้วนะ

         อ่าว! แล้วทำไม ไม่ดื่มน้ำหล่ะ?

         แจ๊ค นายอยากรู้จริงๆหรอว่าทำไมผมไม่ดื่มน้ำเปล่าน่ะ

         เอาน่ะ ตอนผมเป็นวัยรุ่นผมเลี้ยงปลาตู้ไว้หลายตัวเลยที่เดียว และอยู่มาวันหนึ่งผมกำลังให้อาหารมัน และได้เห็นปลามันกำลังผสมพันธุ์กัน วินาทีนั้นผมเห็นอะไรบางอย่างกำลังลอยอยู่ในน้ำเป็นสีขาวขุ่นๆ และก็ทำให้ผมนึกได้ว่าน้ำเปล่ามันไม่สะอาดเอาซะเลย จริงๆน่ะแจ๊ค พลางทำ

หน้าขึงขังเอาจริงเอาจัง

         ขณะนั่นผมกำลังถึงบางพลัดเพราะรถดันติดไฟแดงตรงสี่แยกพอดี  พอไฟเขียวได้ทีผมก็ถึงบางอ้อ ทั้งผมและเพื่อนๆที่กำลังสนุกสนานกับการรับฟังอย่างเพลิดเพลิน ต่างก็ปล่อยช้อนซ้อมให้ตกอยู่ในอารมณ์ปั้นเรื่องแต่งเติมของคุณลุงอ๊อตโต้ได้ดีเพียงนี่ ทำให้ผมและเพื่อนได้จินตนาปล่อยใจไปตามเรื่องที่อ๊อตโต้ปั้นแต่งอย่างกับว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงๆอย่างนั้นก็ไม่ปาน เพราะขณะนี่น้ำหูน้ำตาผมหยดติ่งๆไม่

ใช่เพราะอาการกลบเกลื่อนรสชาติเลี่ยนอาหารแต่อย่างใด แต่เพราะว่าผมได้ความรู้ใหม่ๆ จากคุณลุงอ๊อตโต้ที่ไม่มีสถาบันวิชาไหนเคยจดบันทึกลงไว้เป็นตัวหนังสือเลยว่า ปลามันมีเซ็กในน้ำเลยทำให้น้ำไม่สะอาด ฮาฮ่าๆๆ

         ต่อมาอาหารชุดที่สามคงเป็นของหวานแล้วสิ ผมเห็นพี่ไมล์เดินมาแต่ไกลพร้อมถาดเสิร์ฟใบใหญ่ที่มีช็อกโกเลตไอศกรีมรสสีต่างๆและมีสตรอเบอรี่สีแดงผลใหญ่ตกแต่งน่าทานอย่างมาก กระทั้งดอกไม้ใบไม้ก็ยังใช้ช๊อกโกเลตในการจักวางให้น่าชื่นชมมากกว่าเอามาทานเล่น

ใครเห็นเข้าก็อดใจไม่ไหวที่จะเก็บไว้ดูเล่นได้กระมัง

         ของหวานกับสิ่งมึนเมามันไม่เข้ากับผมด้วยนี่สิ! หรือถึงเวลาที่ผมจะต้องสะโรราบให้กับสาวในขวดแก้วใสที่อายุอานามเธอไม่น่าจะถึงสี่ขวบดี แต่เธอมีดีกรีความร้อนแรงสิบเจ็ดเปอร์เซ็นนี่สิ! อาหารที่ผมพึ่งกินเข้าไปเมือกี้จะต้องพวยพุ่งออกมาประจานตัวผมเองให้บรรดาเพื่อนๆได้หัวเราะเยาะหยั่น บรรลัยแล้วสิ!  อย่าน่ะ! อย่าทำให้เพื่อนๆขายขี่หน้านะ ถ้าเป็นบ้านเมืองผมเองคงได้สะโรราบไปกับพื้นแล้ว แต่นี่เป็นบ้านเมืองที่ผมพึ่งจะเสาะแสวงหาความแปลกใหม่แค่ชั่วค่ำที่ยังไม่ถึงคืนดีนี่สิ ยิ่งเป็นบ้านเมืองผมไม่เคยเห็นแล้ว หรือว่าผมจะยอมขาย

ขี่หน้าเพื่อนๆและโต๊ะลูกค้าข้างๆที่เริ่มจะหลั่งไหลทยอยเข้ามาในร้านหล่ะ แต่ถ้าค่ำคืนนี่

ผมยอมสะโรราบไปกับไวน์แค่ขวดสามขวด ความเป็นวีไอพีของผมคงเป็นได้แค่ช่วงค่ำคืนเดียว

และคงจะไม่อาจเอื้อมมือรับมันไว้ในโอกาสข้างหน้า และตลอดไปอย่างแน่นอน

         ระหว่างนั่นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และเอาน้ำอุ่นๆมาแตะแต้มลงบนใบหน้าให้

เหมือนกับว่ากำลังจะเรียกกำลังใจกลับคืนมาให้เร็วไว เพราะเหตุการณ์ข้างหน้ายังรอการตัดสินว่าผมจะผ่านมันไปได้ด้วยดีหรือเปล่า ขณะที่ผมกำลังเดินออกจากห้องน้ำ พี่ไมล์ได้เรียกผมขึ้นมาว่า

         แจ๊ค ไหวไหม? เดี๋ยวดูดบุหรี่สักมวนก็คงค่อยยังชั่วได้มั่ง เอาไม? พี่กำลังจะออกไปดูดบุหรี่พอดี

         ได้เลยพี่ ระหว่างที่ผมและพี่ไมล์กำลังสวมวิญญาณสิงห์อมควันอยู่นั่น พี่ไมล์ก็ถามผม

ว่า พรุ่งนี้จะไปเที่ยวไหนบ้าง?”

         ผมคงเดินเที่ยวในตัวเมืองน่ะพี่ เดี๋ยวน้องอรจะเป็นไกด์ให้ผมหนึ่งวันพาผมเดินสำรวจ

ตามตัวเมืองแฟร้งค์เฟิร์ตไปเรื่อยๆ

         ก็ดีเลยสิ พรุ่งนี่พี่อยู่ร้านทั้งวัน แวะไปหาพี่ก็แล้วกันร้านพี่อยู่แถวจัตุรัส Romer น้องอรรู้จัก เดี๋ยวให้น้องอรพาไปก็แล้วกันน่ะ

         ครับพี่ เดี๋ยวผมจะแวะไปหาอาจจะได้ฝากท้องกลางวันที่ร้านอาหารพี่ก็ดีไม่เบาครับ

ผมเดินนำหน้าพี่ไมล์ไปยังโต๊ะที่บรรดาเพื่อนๆกำลังคุยกันเป็นภาษาเยอรมันอย่างออกรสออกชาติ

ถึงพริกถึงขิงขนาดนั่น เพราะเวลาผมอยู่ด้วย พวกเขาไม่ค่อยได้คุยภาษาเยอรมันกันเท่าไหร่ หรือเพราะกลัวผมหงอยหรือเปล่า! และระหว่างนั้นพี่ไมล์คนเดิมอีกแล้ว บนถาดที่พี่ไมล์กำลังจะเอามาเสิร์ฟดูเหมือนคล้ายน้ำอะไรสักอย่าง ที่ใส่ไว้ในจอกเป๊กใสๆบ้างขุ่นบ้างไส ลดหลันเป็นชั้นๆไป

ผมนับจำนวนจอกเป๊กพอดิบพอดีจำนวนคนที่ชอบดื่ม ยกเว้นคุณลุงอ๊อตโต้คนเดียวที่กลับไม่มีจอกเป๊กจอกนั่น เพื่อนๆทุกคนต่างเฮลั่นพลางตลบมือพร้อมๆกัน เหมือพี่ไมล์นี้เจ๋งสุดๆ ผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันว่าพี่เขาเจ๋งจริงๆ นี่คงไม่ใช่น้ำผั้นหรือน้ำผลไม้ธรรมดาๆแน่ๆ มันต้องเป็นเหล้า

ตัวใดสักอย่างที่ดูคล้าย B52 ที่ผมเคยดื่มมา แต่นี่ไม่ได้จุดไฟมาพร้อมดื่มสักหน่อย เอาเถอะผมไหนๆก็ค่อยยังชั่วแล้วลองมันสักตั้ง จะได้รู้รสชาติสัมผัสว่าเคยลิ่มลองแล้ว ตอนนี่ทุกคนต่างพร้อมใจกันชูแก้วเป๊กขึ้นเหนือหัว ต่างพร้อมใจกันส่งเสียงกันพร้อมๆกันว่า โชคดี! พลางชนแก้วกันดังระงมกังวานไปทั่วบริเวณในห้องอาหาร ทำให้ผมอึ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงคำว่าโชคดีเป็นภาษาไทยนี่ไงที่ผมต้องอึ่ง และภาคภูมิใจไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี่ขนแขนผมกำลังลุกอย่างบอกไม่ถูก หรือนี่เป็นการอวยพรและต้อนรับผมอย่างเป็นทางการ ที่เหล่าเพื่อนๆได้หยิบยกยื่นมันมาให้ผม เป็นแขกคนพิเศษของค่ำคืนนี่ จากกนี่ไปเหลือแต่เพียงว่าผมจะจดจำภาพ

เหล่านี่ไว้ได้อย่างไร ผมคงไม่ลืมความทรงจำดีๆอย่างนี่ไป อย่างน้อยผมก็เคยมีความรู้สึกดีๆกับเพื่อนๆตลอดไป ขอบคุณจากก้นบึ่งจิตใจน่ะเพื่อนเอ่ย

         หลังจากรับประทานอาหารเย็น ที่กินเวลาตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงห้าทุ่ม ที่ใช้เวลาในการ

ร่วมวงเสวนากันนานที่สุดเท่าที่ผมเคยรับประทานอาหารมาเลยทีเดียว จะเป็นด้วยรสชาติของอาหาร

หรือจะเป็นอัฐรสของการพูดคุย สิ่งหนึ่งที่ผมกลับชอบและอยากให้มันยืดระยะเวลาให้ไปได้นานมากที่สุด คือมิตรภาพที่ไม่มีวันจืดจาง และอยากให้คงอยู่แบบนี่ตลอดไป” “ GLUCK”